| หลังจากที่เราทำความรู้จักกับ AVC791 ซึ่งเป็นน้องเล็กสุดของเทคโนโลยี H.264 แล้วคราวนี้เราลองมาดูรุ่นพี่กันบ้างครับซึ่งเป็นรุ่น AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH) | |||
คุณสมบัติเด่นของ AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH) คือ เทคโนโลยี H.264 ที่ทำการบีบอัดไฟล์ที่บันทึกให้มีขนาดเล็กลงมากกว่า เมื่อเทียบกับ MPEG 4 แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คุณภาพของภาพที่ทำการบันทึกด้อยลงกว่าเดิม และด้วยขนาดของไฟล์ที่เล็กลงนี่เองทำให้การบันทึกมีความยาวนานขึ้น เวลาดูผ่าน Internet มีความเร็วมากขึ้นกว่าเดิม เพราะใช้ Bandwidth ที่ต่ำลง | |||
AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH) ยังคงรักษามาตรฐานรูปร่างหน้าตารวมถึงขนาด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของ AVTECH ด้านหน้าของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ช่อง Drive DVD เพื่อใช้ในการ Back Up File ไฟแสดงสถานะต่างๆของเครื่องทำงานด้วยหลอด Led สีฟ้าสวยงาม ปุ่มเลือก Chanel ของกล้อง รวมทั้งปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆของตัวเครื่อง ทำให้ง่ายต่อการใช้งาน สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยนั่นคือ Port USB เพื่อใช้ในการ Back Up File ผ่านทาง Flash Drive | |||
| ด้านหลังของตัวเครื่องยังคงครบถ้วนกับ Port ต่างๆที่พร้อมรองรับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Port Input เพื่อรับสัญญาณจากกล้อง Port Loop เพื่อนำสัญญาณกล้องนั้นไปใช้งาน Port Monitor และ Port Callเพื่อทำการแสดงผล Port Lan เพื่อใช้เชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์ค External I/O,RS 485 แบบ RJ 11 สำหรับควบคุมกล้อง PTZ ช่องต่อ Audio Input ที่มีมากถึง 4 Port และ Audio Output 2 Port และยังมี Port VGA ที่สามารถต่อกับ LCD Monotor ได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ตัวแปลง | |||
ลองดูภายในตัวเครื่องกันบ้างครับ เมื่อเปิดฝาขึ้นมาจะพบกับ เทคโนโลยีที่บรรจุอยู่ภายในตัวเครื่องอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ มาตรฐานการทำงาน ถาดใส่ Hdd ที่มีมาให้ 2 ตัว รองรับกับ Hdd ขนาด 1 TB | |||
| เมื่อถอดสายที่รกรุงรังออกไปสิ่งแรกที่เราเห็นได้เด่นชัดเลยครับ Mainboard ขุมพลังการทำงานแรงขับเคลื่อนเทคโนโลยี H.264 เพื่อให้ได้คุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด แก่ผู้ใช้งาน DVD Drive เพื่อความสะดวกในการ Back Up ข้อมูลเพื่อนำไปใช้งานต่างๆ และที่ขาดไม่ได้เลยระบบระบายความร้อนของตัวเครื่องซึ่งใช้พัดลมที่มีความเร็วรอบสูงทำงานด้วย Ball Baring แต่กลับให้ความเงียบแบบที่คาดไม่ถึง | |||
| นี่คือภาพที่ได้จากเทคโนโลยี H.264 เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับ MPEG4 จากกล้องตัวเดียวกัน มุมเดียวกัน ที่เวลาเดียวกัน เราจะเห็นว่าความละเอียดของภาพที่ได้แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด | |||
| 1. ด้วยความที่เป็นเทคโนโลยี H.264 จึงทำให้คุณภาพในการดูผ่าน Internet มีความเร็วที่มากกว่า MPEG 4 รวมทั้งความประหยัดพื้นที่ของ HDD ที่ใช้ในการบันทึกทำให้เราสามารถบันทึกได้นานขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีอื่น 2. ภาพ Play Back* เมื่อนำภาพที่บันทึกมา Play Back ย้อนหลังจะเห็นถึงความแตกต่าง คุณภาพของภาพที่ออกมาจะมีความคมชัดมากขึ้นทำให้ไม่พลาดในการติดตามเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดที่คุณต้องการ 3. *Play Back ได้พร้อมกันครั้งละ 4 CH | |||
| |||
วันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2553
รีวิวกล้องวงจรปิด AVC796 (8 CH) และ AVC798 (16 CH)
วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553
รีวิวสินค้าเครื่องบันทึกภาพ Panasonic WJ- RT416
| เครื่องบันทึกภาพ PANASONIC WJ- RT416 | ||||
| ในระบบกล้องวงจรปิด CCTV (Closed Circuit Television System) เครื่องบันทึกภาพจัดเป็นองค์ประกอบที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าตัวกล้อง ทำไมจึงให้ความสำคัญกับตัวเครื่องบันทึกภาพก็เพราะว่าถ้าในระบบของวงจรปิด ถ้ามีกล้องที่มีคุณภาพสูงในการจับภาพแล้ว แต่ถ้าขาดตัวเครื่องบันทึกภาพไปหรือไม่ก็เครื่องบันทึกมีประสิทธิภาพของการทำงานต่ำแล้ว การดูภาพในสภาวะปกติหรือการเรียกดูภาพย้อนหลังก็คงทำได้ไม่ดีเท่าที่ควรหรือไม่ก็อาจทำไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินถ้าไม่มีเครื่องบันทึกภาพที่ดีแล้ว เมื่อนำภาพที่บันทึกมาดูย้อนหลังภาพที่ได้อาจดูไม่สมจริง สะดุด เสียงขาดๆหายๆ ซึ่งอาจทำให้พลาดเหตุการณ์ที่สำคัญไปได้ หรือไม่ก็อาจไม่ทราบได้เลยว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุขึ้นนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นเครื่องบันทึกที่จะนำมาใช้ในระบบของกล้องวงจรปิดต้องมีประสิทธิภาพการทำงานสูงและมีคุณสมบัติการทำงานที่ครบถ้วน | ||||
| DVR (WJ-RT416) เป็นเครื่องบันทึกภาพที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในระบบกล้องวงรจรปิดโดยเฉพาะ เป็นเครื่องบันทึกที่มีประสิทธิภาพสูงพร้อมคุณสมบัติการทำงานที่ครบถ้วน ตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยมีรูปแบบการบีบอัดข้อมูลภาพแบบ MPEG4 สามารถบันทึกภาพแบบ Real Time ได้ และยังให้ความละเอียดของภาพสูง เป็นเครื่องบันทึกที่สามารถบันทึกภาพได้สูงถึง 400 ips ให้คุณภาพของภาพที่สมจริง ซึ่งในกรณีเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสำคัญมาก ๆ จำเป็นที่ต้องบันทึกภาพในระดับ 25 ips ต่อกล้อง เพื่อให้ภาพที่ดีมีคุณภาพ | ||||
โทรทัศน์วงจรปิด ส่วนมากที่ใช้งานในปัจจุบันนี้มี 2 ลักษณะ
| โทรทัศน์วงจรปิด ส่วนมากที่ใช้งานในปัจจุบันนี้มี 2 ลักษณะ คือ : |
| 1. ติดตั้งตายตัว หรือ กล้องติดอยู่กับที่ (Fixed Camera) |
| หมายถึงตัวกล้องจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่นๆ ซึ่งไม่สามารถจะขยับ หรือหมุนเปลี่ยนทิศทางในการดูได้ ถ้าต้องการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทาง ก็จะต้องถอดตัวกล้องแยกออกจากขากล้อง จึงจะเปลี่ยนตำแหน่งได้. |
| 2. สามารถหมุนปรับทิศทางได้ (Moving Camera) |
| เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งาน ระบบโทรทัศน์วงจรปิด จึงได้มีการเพิ่มอุปกรณ์ประกอบเข้าไป คือ ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ สามารถที่จะปรับให้หมุนซ้าย / ขวา ก้ม-เงย ได้ ( Pan and Tilt unit ) และอาจจะมี อุปกรณ์อื่นเพิ่มอีก เช่น เลนส์ปรับขนาดภาพได้ (Zoom Lens) และ เครื่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) เป็นต้น |
| ฐานกล้องหมุนปรับทิศได้ (Pan & Tilt unit ) |
| เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มประสิทธิภาพให้กล้อง สามารถที่จะเปลี่ยนได้หลายทิศทาง ทั้งมุมต่ำ และมุมสูง เช่น กล้องที่ติดตั้งอยู่กับ Pan & Tilt unit ติดตั้งบนเสามีความสูงประมาณ ๑๐ เมตร สามารถที่จะปรับมุมก้มเพื่อจะดูวัตถุ หรือคนที่อยู่บนพื้นดิน ซึ่งมีระดับต่ำกว่าตำแหน่งที่ติดตั้งกล้อง หรือมุมเงยเพื่อมองไปยังอาคารที่สูงกว่า ไม่ว่าจะ เป็นทิศทางตรงด้านหน้า หรือจะหมุนไป ยังทิศทางอื่นๆ ก็สามารถทำได้ |
| โดยปกติ กล้องที่มี Pan & Tilt unit จะใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดภาพได้ ควบคู่ไปด้วยกัน แต่ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นอยู่กับงานที่ใช้ มากกว่า ในบางลักษณะอาจจะต้องการเพียงให้สามารถปรับทิศในการดูก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องการจะดูใน รายละเอียด ในบางลักษณะก็มีความจำเป็นต้องการใช้เลนส์ที่สามารถปรับขนาดของภาพได้ เพื่อจะดูรายละเอียดของภาพ ที่ต้องการจะดูเพราะว่าระยะของวัตถุหรือจุดที่ต้องการจะดูในแต่ละทิศทางจะมีความ แตกต่างกันไป. |
| เลนส์ปรับขนาดภาพได้ ( Zoom Lens ) |
| เป็นเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนขนาดภาพได้ ( เปลี่ยน ความยาวโฟกัส) เลนส์ฯ ที่นำมาใช้กับ กล้องที่มี Pan & Tilt unit ส่วนมากจะเป็นชนิด ที่ควบคุมการทำงานด้วยมอเตอร์ เราจึงเรียกว่า Motorized Zoom Lens |
| การเลือกใช้ Motorized Zoom Lens ควรจะเลือกให้เหมาะกับงานที่จะใช้ เพราะว่า Motorized Zoom Lens มีหลายแบบ หลายขนาดตามความยาวโฟกัส เช่น การใช้ภายในอาคาร มีพื้นที่ไม่ใหญ่ ก็ใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสไม่มากนัก เช่น ๖ - ๓๕ ม.ม. ( ๖ เท่า) ถ้าเป็นอาคารที่มีขนาดใหญ่ หรือภายนอกอาคารพื้นที่กว้าง หรือต้องการจะดูให้เห็นรายละเอียดมากๆ ก็ควรใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสมากขึ้น เช่น ๖ - ๖๐ ม.ม. ( ๑๐ เท่า) ถ้าติดตั้งนอกอาคาร หรือต้องการที่จะมองให้เห็นได้ไกล ก็ควรใช้ Motorized Zoom Lens ที่มีความยาวโฟกัสมากขึ้นไป เช่น ๖ - ๑๒๓ ม.ม. (๒๑ เท่า) เป็นต้น |
| อุปกรณ์ที่ใช้ในระบบโทรทัศน์วงจรปิด |
| 1. กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV Camera) |
| 2. เลนส์ (CCTV Lenses) |
| 3. เครื่องบันทึกภาพ (Video Recorder) |
| 4. จอภาพ (Video Monitor) |
| 5. เครื่องเลือก / สลับภาพ (Video Switcher) และ เครื่องผสม / รวมภาพ (Multiple Screen Displays) |
| 6. ระบบการควบคุม (Control System) |
| 7. อุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Related Accessories for more efficiency CCTV System) |
| 7.1. กล่องหุ้มกล้อง (Camera Housing) |
| 7.2. ฐานกล้องปรับทิศทางได้ (Pan & Tilt units) |
| 7.3. อุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)